posted on 01 Jan 2011 11:38 by my-last-day in Issue

|
|
|
ส.ค.ส. พระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ปีพุทธศักราช 2554
ทรงพระราชทานให้แก่ปวงชนชาวไทยเนื่องในโอกาสวาระดิถีขึ้นปีใหม่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พระราชทาน ส.ค.ส.ปี พ.ศ.2554 แก่ปวงชนชาวไทย
เนื่องในโอกาสวาระดิถีขึ้นปีใหม่
ส.ค.ส.พระราชทาน ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ในปีพุทธศักราช 2554 นี้
เป็นพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ในฉลองพระองค์สากลสีครีม
ผ้าปักพระกระเป๋าเป็นผ้าลายริ้วสีเหลืองสลับเทา ฉลองพระองค์ชั้นในเป็นเชิ้ตขาว
ทรงผูกเนคไทลายริ้วสีเหลืองสลับเทา ประทับบนเก้าอี้ ด้านข้างพระเก้าอี้ที่ประทับ
ทั้งสองข้างมีโต๊ะสูง โต๊ะด้านซ้ายวางแจกันแก้วก้านสูงปักดอกไม้หลากสี
โต๊ะด้านขวาวางแจกันแก้วขนาดเล็กปักดอกไม้หลากสีเช่นกัน
ทรงฉายกับสุนัขทรงเลี้ยง 2 สุนัข คือคุณทองแดงที่ทรงเลี้ยงมาตั้งแต่ปี 2541
หมอบอยู่หน้าพระเก้าอี้ด้านขวาและคุณทองแท้ที่ทรงเลี้ยงมาตั้งแต่ปี 2542
หมอบอยู่หน้าพระเก้าอี้ด้านซ้าย
ด้านหลังพระเก้าอี้ที่ประทับประดับเป็นผ้าม่านสีเทาอ่อน
มีแจกันดอกไม้ขนาดใหญ่ปักดอกกุหลาบและ
ดอกไฮเดรนเยียหลากสีตั้งอยู่ 2 แจกัน
แจกันด้านซ้ายมีตราพระมหาพิชัยมงกุฎประดับอยู่ ส่วนแจกันด้านขวามีผอบทองประดับอยู่
ถัดไปทางด้านหลังทั้งสองด้านมีกระถางไม้ประดับตั้งอยู๋
มุมบนด้านซ้าย มีตัวอักษรสีเหลืองข้อความว่า ส.ค.ส. สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๔
มุมบนด้านขวามีข้อความภาษาอังกฤษ Happy New Year 2011
ด้านล่างของ ส.ค.ส. มีข้อความเป็นตัวหนังสือพิมพ์ด้วยสีน้ำเงินว่า
ขอจงมีความสุข ความเจริญ มุมล่างขวา มีข้อความ ก.ส. 9 ปรุง 121923 ธค.53
พิมพ์ที่โรงพิมพ์สุวรรณชาด ท.พรหมบุตร, ผู้พิมพ์โฆษณา Printed at the Suvarnnachad publishing , D Bramaputra , Publisher
กรอบของ ส.ค.ส. พระราชทานฉบับนี้ เป็นภาพใบหน้าคนเล็กๆ
เรียงกันด้านละ 3 แถวทุกหน้า มีแต่รอยยิ้ม
|
edit @ 1 Jan 2011 11:48:02 by Baby Face
posted on 02 Dec 2010 09:53 by my-last-day in General
Professional Engineer วิศวกรอาชีพ
นักศึกษาวิศวกรรมทุกคนเมื่อเรียนจบจากรั้วมหาวิทยาลัยหรือสถาบันเทคโนฯ แล้ว ก็ย่อมได้ชื่อว่าเป็น Engineer กันทุกคน บางคนจบแล้วเรียนต่อ บางคนทำกิจการส่วนตัว บางคนเป็นข้าราชการ บางคนเป็นพนักงานบริษัท หรือบางคนอาจตกงาน หลากหลายเส้นทางเหล่านี้ล้วนมีประสบการณหลากหลายเกิดขึ้นกับเส้นทางนั้น ๆ ในรูปแบบที่แตกต่างกันไป บางคนทำงานเป็นวิศกร (Engineer) เป็นเวลานานแสนนาน ไปจนตลอดชีวิตเลยก็มี
ประเด็นที่จะนำเสนอนี้ คือ คำว่า Professional Engineer หรือวิศวกรอาชีพ ลองดูนักศึกษาที่จบใหม่ ที่เรียกว่า Engineer กับ Professional Engineer นั้นมีความแตกต่างกันอย่างไร ใครอยากเป็นแบบไหน ต้องพัฒนาตัวเอง พัฒนาศักยภาพของตัวเอง อย่าหยุดอ่าน-ศึกษา ต้องทำตัวเองให้แตกต่างจากนักศึกษาจบใหม่ที่เรียกว่า Engineer ให้ได้ ปัจจัยของความเป็น Professional Engineer ควรจะ (Criteria of Professional Engineer) ประกอบไปด้วยสิ่งเหล่านี้
ความรู้ในวิชาชีพ แบบรู้แจ้งเห็นจริง เอาแบบเป็นเรื่อง ๆ ไปไม่ควรรู้ทุกเรื่องก็ได้ประสบการณ์ ฟังดูแล้วเรียบง่าย แต่ความหมายลึกซึ้งมาก ลองมาดูว่า นักศึกษาวิศวะที่เรียนจบเกียรตินิยมได้เกรด 4.00 (แปลว่าทำข้อสอบได้ทุกข้อ ไม่ได้แปลว่าเข้าใจหรือแตกฉาน) กับอีกคนหนึ่งทำงานมา 5 ปี แต่ตอนนี้ทำงานแบบซ้ำ ๆ กันมาตลอดรวมทั้งทำงานด้านการออกแบบด้วย สองคนนี้ใครมีคุณค่ากว่ากันและอย่างไรถ้านายจ้างจะจ้างคนเข้าทำงานคิดว่าจะเลือกใคร สมมุติว่าให้เงินเดือนเท่ากัน ก็แล้วแต่นายจ้าง อันนี้บอกไม่ได้ แต่แนวโน้มที่จะจ้างคนมีประสบการณ์นั้นมีมากกว่า เพราะทำงานได้ทันที ไม่เสียเวลา ว่ากันว่าวิศวกรจบใหม่นี่ กว่าจะสามารถทำงาน รับผิดชอบได้ด้วยตัวเอง คือไม่ต้องมีพี่เลี้ยง ใช้เวลาเฉลี่ยประมาณ 3-5 ปี แล้วแต่ว่าอยู่ถูกที่หรือเปล่า ถ้าอยู่ถูกที่มีคนช่วยเป็นโค้ชให้ ก็จะเร็ว ถ้าอยู่ผิดที่ ไม่มีคน(ที่มีความรู้)ช่วยเป็นโค้ช ก็แย่หน่อยประสบการณ์ (ทีดี) + ความรู้เชิงวิศวกรรม 2 ประการนี้จะนำพาไปสู่ วิศวกรอาชีพได้โดยไม่ยาก เพียงแต่มีความตั้งใจมุ่งมั่น หมั่นศึกษา (อย่าหยุดเรียนรู้) เท่านั้นเอง รับรองว่า Professional Engineer นั้นอยู่ไม่ไกล
สิ่งสำคัญอีกประการที่สำคัญที่วิศวกรอาชีพทุกคน พึงมี คือ ความมีคุณธรรม (Moral)
ประการนี้สำคัญมาก เพราะที่มีความรู้ดี ประสบการณ์ดี แต่ขาดคุณธรรม ตรงนี้ทุกอย่างจบหมดเลย มันทำลายทุกอย่าง ทำลายความเป็นวิศวกรอาชีพที่ดี
คุณธรรม มีความหมายอีกมุมหนึ่งคือ ทำการประกอบวิชาชีพด้วยความไม่เห็นแก่ตัว ไม่เอาเปรียบใคร สร้างสรรประโยชน์ให้สังคมเท่าที่จะทำได้
ยกตัวอย่าง สนามบินอะไรสักแห่ง ที่มีการทุจริต คอร์รัปชั่นกันมาก ชนิดที่ว่าขาดจรรยาบรรณของวิศกรอย่างรุนแรง รู้ทั้งรู้ว่ามันผิด spec.ผิดแบบ ผิดในสิ่งที่ควรจะเป็น ทำแล้วมันต้องพัง ต้องเสียหาย แต่ยังทำ้ อย่าอ้างว่ามีการเมืองเข้ามาแทรกแซง คือ ถ้าคนมันยังมีคุณธรรมอยู่บ้าง มีความเป็นวิศวกรอาชีพ อยู่บ้าง มันก็ต้องทำให้ถูกต้อง อยู่ในขอบเขตที่ยอมรับได้ กันทุก ๆ ฝ่าย ไม่ใช่เห็นเงินเป็นเรื่องใหญ่ เป็นทาสของเงิน สุดท้ายกันก็กลับมาทำลายตัวเอง กลายเป็น Evil Engineer หรือวิศวกรอาชญากร พวกนั้นไป เสียหายทั้งตนเองและประเทศชาติ
ดังนั้น ถ้าเห็นเรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นอย่าได้นิ่งนอนใจ อย่างน้อยก็ต้องเก็บข้อมูลหลักฐานเอาไว้ Check Bill ภายหลัง (เมื่อมีโอกาส) คนชั่ว คนโกง มันจะได้ลดน้อยลงบ้าง และสุดท้าย พึงระลึกไว้เสมอว่าเราต้องเป็น Professional Engineer ให้ได้ ต้องทำตัวให้รักการเรียนรู้ มิเช่นนั้นแล้วเรา จะเป็นได้แค่Engineer ไปจนตาย แล้วที่สำคัญ ต้องมีหลักคุณธรรม จรรยาบรรณที่ดี ทำงานให้เกิดประโยชน์ ต่อประเทศชาติและทดแทนคุณแผ่นดินบ้าง ทุกคนในที่นี้เป็นหนี้ประเทศชาติ ประชาชน อยู่กันทุกคน ลองนึกดูว่า ค่าหน่วยกิจที่เราเรียนนั้น เพียงพอต่อการจ้างอาจารย์ ค่าห้อง Lab , อุปกรณ์, อาคารเรียน, อื่น ๆ นั้น รัฐบาลสนับสนุนมาส่วนหนึ่งซึ่งที่เป็นเงินภาษีนั่นเอง ค่าหน่วยกิตที่เก็บจากเราไปมันน้อยมากและถูกมากเมื่อเทียบกับมหาวิทยาลัยเอกชน คนที่จบจากมหาวิทยาลัยเอกชนก็ไม่ใช่ว่าจะเอาแต่กอบโกยนะครับ ช่วยกันปฎิวัติสังคมในทางสร้างสรร
ดังนั้นเราทุกคนจึงเป็นหนี้ประเทศชาติ ประชาชน อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จงทำงาน ทำดี เพื่อประเทศชาติ ประชาชน ด้วย
ล้านคนทำ แสนคนคิด หมื่นคนสำเร็จ ทุกคนมีความสุข
ที่มา http://www.bookclubman.com/
posted on 18 Oct 2010 09:21 by my-last-day in Issue
เสียงสะท้อนจากคนไทย คนหนึ่งเพื่อก่อให้เกิดการปฏิรูปประเทศไทยความแตกต่าง
ระหว่างประเทศที่พัฒนาแล้วกับประเทศด้อยพัฒนา
- ไม่ได้อยู่ที่การไม่เคยเสียเอกราชให้ใคร สามารถดูได้จากประเทศ ญี่ปุ่น เยอรมันแม้จะแพ้สงครามโลกแต่ก็กลับมายิ่งใหญ่ในเศรษฐกิจโลก

- ไม่ได้อยู่ที่ความเก่าแก่ของอารยธรรมของประเทศนั้นๆสามารถดูได้จากประเทศ อินเดีย อียิปต์ซึ่งมีอารยธรรม มานานกว่า 3,000 ปีแต่คนส่วนใหญ่ก็ยังยากจน
ในขณะที่ประเทศเกิดใหม่ เช่น สิงคโปร์ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์
ที่เป็นประเทศเล็กๆ ไม่มีศักยภาพอะไรเลย เมื่อ 100 ปีที่แล้ว แต่วันนี้กลับพัฒนาจนกลายเป็นประเทศพัฒนาแล้ว ที่ร่ำรวยได้ และความแตกต่างระหว่างประเทศที่พัฒนาแล้ว กับประเทศด้อยพัฒนา ก็ไม่ได้อยู่ที่ทรัพยากรของประเทศอีกนั่นล่ะ ญี่ปุ่น ที่มีพื้นที่เกษตรกรรมน้อยมาก 80% ของพื้นที่เป็นภูเขา ไม่เหมาะในการทำเกษตรกรรม แต่ญี่ปุ่นกลับเป็นประเทศที่ส่งออกอาหาร และ สินค้าเกษตรที่สำคัญของโลก

สวิสเซอร์แลนด์ อากาศหนาวจัดจนใน 1 ปี ทำการเกษตรได้เพียง 4 เดือนและ ไม่มีการทำไร่โกโก้เลย แต่กลับทำช็อคโกแลตส่งออกรายใหญ่ของโลกและยังนำเอาความซื่อสัตย์ ความตรงเวลาความมีระเบียบของคน มาใช้ประโยชน์ จนได้รับการยอมรับให้เป็นธนาคารของโลก

สีผิว และ เผ่าพันธุ์ก็ไม่ใช่เหตุผลอีกแหละ เพราะเมื่อแรงงานที่เคยขี้เกียจในประเทศของตนย้ายไปอยู่และหากินในประเทศที่เจริญแล้วกลับกลายเป็นแรงงานที่ขยันด้วยซ้ำไป
แล้วอะไรที่ทำให้แตกต่าง ?
สิ่งที่แตกต่าง คือ ทัศนคติ ที่ฝังรากลึกมานานปี ผ่านระบบการศึกษา และการอบรมปลูกฝัง
จากการวิเคราะห์พฤติกรรมของคนในประเทศที่พัฒนาแล้ว พบว่าคนส่วนใหญ่ดำเนินชีวิตอยู่บนหลักปรัชญา ได้แก่
- ใช้จริยธรรมนำทางชีวิต (Ethics as the basic principle)
- ความซื่อสัตย์ (Integrity)
- ความรักในงาน (Work Loving)
- ความรับผิดชอบในหน้าที่ (Responsibility)
- จิตใจมุ่งมั่น สู่ความเป็นที่หนึ่ง ( Will of super action)
- การเคารพต่อกฏระเบียบ (Respect to the law and rules)
- การเคารพต่อสิทธิของผู้อื่น (Respect to the rights of other citizens)
- การตรงต่อเวลา (Punctuality)
- การออมและความสนใจในการลงทุน (Strive for saving and investment)
แต่น่าเสียดายที่ในประเทศด้อยพัฒนา มีคนเพียงจำนวนน้อยที่ใช้หลักปรัชญาเหล่านี้ในการดำเนินชีวิต ประเทศไทยของเรายังเป็นประเทศด้อยพัฒนา ไม่ใช่เพราะเราขาดทรัพยากร หรือมีภัยธรรมชาติเป็นปัญหา
แต่เพราะเราขาดทัศนคติ และแรงผลักดันที่สอดคล้องไปตามหลักปรัชญาการดำเนินชีวิตที่กล่าวมาปรมาจารย์ ขงจื๊อ (551-479 ปีก่อนปีคริสตกาล) สอนไว้ว่า.....
หากเจ้าวางแผนไว้ 1 ปี .............. จงปลูกข้าวหากเจ้าวางแผนไว้ 10 ปี .............. จงปลูกต้นไม้หากเจ้าวางแผนไว้ 100 ปี ............... จงให้ความรู้ แก่บุตรหลาน
แต่ถ้าคุณรักประเทศไทย และอยากเห็นประเทศไทยของเราเปลี่ยนเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วขอให้เริ่มจากตัวคุณเอง พัฒนาสังคมใกล้ตัวคุณ จากที่บ้าน ที่ทำงาน
และอย่าลืมช่วยกันส่งข้อความนี้ต่อให้คนรอบข้างคุณให้มากที่สุด หวังว่าจะได้เป็นส่วนช่วยผลักดันให้คนไทยได้คิด วิเคราะห์พฤติกรรมการใช้ชีวิตของเรา เพื่อนำประเทศไทยไปสู่ การปฏิรูปประเทศไทย ให้เป็นประเทศที่พัฒนาแล้วในอนาคต

ปล. ไม่รู้ที่มาที่ไป แต่มันโดน
edit @ 18 Oct 2010 09:27:57 by Baby Face
edit @ 18 Oct 2010 09:33:18 by Baby Face
edit @ 20 Oct 2010 18:58:41 by Baby Face